เครื่องปั่นประชันข่าวดัง

ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมานั้นถ้าหากใครได้ติดตามข่าว ไม่ว่าจะเป็นข่าวจากโทรทัศน์ ข่าวจากสื่อสังคมต่างๆ หรือจากวิทยุคลื่นต่างๆ แน่นอนว่าไม่มีใครไม่รู้จักสาวที่ชื่อว่าเปรี้ยวเธอเป็นสาววัย 24 ปีที่มีหน้าตาน่ารักเลยทีเดียว ซึ่งกำลังตกเป็นผู้ต้องหาคดีฆ่าหั่นศพ แน่นอนว่าคดีนี้เป็นที่พูดกันไปทั้งบ้านทั้งเมือง โดยที่นอกจากสาวเปรี้ยวแล้วนั้น ยังมีเพื่อนร่วมขบวนการอีกถึง 4 คน โดยข่าวนี้เริ่มเป็นข่าวใหญ่ตั้งแต่เจ้าหน้าที่นั้นได้ไปพบร่างมนุษย์ซึ่งเป็นร่างที่ถูกเรื่อยหั่นเป็นท่อนๆ หรือเรียกง่ายๆว่าโดนฆ่าหั่นศพนั่นเอง แน่นอนว่าข่าวนี้โด่งดังไปทั่วในสัปดาห์ที่ผ่านมา โลกออนไลน์ต่างก็พูดถึงกันเป็นเสียงเดียวกันเลยว่า เป็นคดีที่ถือได้ว่ารุนแรงมากๆ และที่สำคัญนั้นผู้ต้องหานั้นก็อายุยังน้อยอยู่เลย และที่สำคัญหน้าตาน่ารัก เป็นเน็ตไอดอลบนอินเตอร์เน็ตซะด้วย แน่นอนว่าเธอชื่อเปรี้ยวนั่นเอง แน่นอนว่าเธอได้ลบหนีไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ตั้งแต่ปลายเดือนที่แล้ว ตำรวจทั้งในประเทศไทยและตำรวจทางฝั่งประเทศพม่านั้นต่างก็ช่วยกันระดมความสามารถอย่างเต็มที่เลยที่จะหาตัวเปรี้ยวนั่นเอง และแล้วสิ่งที่ประชาชนชาวไทย และญาติพี่น้องของสาวคาราโอเกะที่ถูกฆ่าหั่นศพนั้นรอคอยก็มาถึง เมื่อมีรายงานข่าวจากชายแดนไทยพม่าว่า เจ้าหน้าที่พม่านั้นได้ตัวเปรี้ยวและเพื่อนอีกสองคนได้แล้ว และได้นำตัวมาส่งให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจชาวไทยเพื่อดำเนินคดีต่อไปนั่นเอง

แน่นอนว่าเมื่อทางตำรวจพม่าได้นำตัวคนร้ายมาส่งให้กับตำรวจไทย แน่นอนว่าบรรดาสื่อมวลชนภายในประเทศต่างก็รีบที่ไปทำข่าวกันเป็นจำนวนมาก เพราะถือว่าเป็นคดีที่อยู่ในความสนใจของประชาชน ซึ่งทันทีที่มาถึงประเทศไทยนั้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้พาตัวคนร้านนั้นขึ้นเครื่องบินของกองบินตำรวจ เพื่อที่จะนำตัวคนร้ายทั้งสามคนมายังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และผู้ที่จะสอบสวนคดีนี้ก็คือท่าน ผบ.ตร. นั่นเอง โดยที่ใช้เวลาในการสอบสวนผู้ต้องหาประมาณ 1 ชั่วโมง หลังจากนั้นทางเจ้าหน้าที่ก็ได้ทำการแถลงข่าวเพื่อให้สื่อมวลชนได้นำเสนอข่าวให้กับประชาชน แน่นอนว่าคำให้การของคนร้ายนั้นก็พูดไปในทิศทางที่ยอมรับผิด เพราะกระทำการไปก็ด้วยเพราะว่าความโกรธแค้น ตั้งใจว่าจะสั่งสอนคู่กรณีให้บาดเจ็บเฉยๆ แต่เมื่อคู่กรณีนั้นเสียชีวิตแล้ว ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร จึงจำเป็นจะต้องหั่นศพ แล้วนำร่างไปฝังเพื่อเป็นการอำพลางคดีไม่ให้ใครเห็นนั่นเอง โดยที่หลังจากสอบสวนที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติเสร็จแล้วนั้น ทางเจ้าหน้าที่ก็ได้พาคนร้ายไปยังจังหวัดขอนแก่น เพื่อไปยังสถานีตำรวจเขาสวนกวาง โดยที่เตรียมจะได้ทำแผนประกอบคำรับสารภาพในวันรุ่งขึ้นต่อไปนั่นเอง และวันที่ทำแผนประกอบคำรับสารภาพนั้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้นก็ได้พาตัวคนร้ายทั้งสามคนนั้นไปตามสถานที่ต่างๆที่ได้เกี่ยวข้องกับคดี เช่นในส่วนของ ร้านสะดวกซื้อเซเว่น เพื่อซื้อถุงดำไว้ใส่ศพ พาไปร้านอุปกรณ์ก่อสร้างเพื่อไปทำแผนที่ร้านนี้เนื่องจากคนร้านนั้นได้มาซื้อเลื่อยที่ใช้ในการหั่นศพนั่นเอง นอกจากนี้ยังมีการไปที่รีสอร์ทแห่งหนึ่งเพื่อไปดูสถานที่ทีทำการหั่นศพ และสุดท้ายที่ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพนั้นก็คือในป่าบริเวณอำเภอเขาสวนกวาง ซึ่งเป็นสถานที่ที่ทางคนร้ายนั้นได้นำศพมาฝังไว้นั่นเอง เรียกได้ว่าจุดนี้เป็นจุดที่สำคัญมากๆ มีชาวบ้านมารอดูการทำแผนเป็นจำนวนมาก ดังนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้มีการควบคุมกันอย่างหนาแน่นเลยทีเดียว เพราะเกรงว่าถ้าไม่คุ้มกันให้ดีนั้นอาจจะเกิดปัญหาใหญ่ได้นั่นก็คืออาจจะมีการรุมประชาทัญคนร้ายได้นั่นเอง โดยในบริเวณจุดเกิดเหตุนั้นทางเจ้าหน้าที่ได้นำรถยนต์ฮอนด้าซีอาวีมาทำแผนประกอบคำรับสารภาพด้วยนั่นเอง

และในสถานที่แห่งนี้นั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้นำพ่อแม่ของผู้เสียชีวิตมาด้วย เพื่อที่จะให้ทางผู้ร้ายทั้งสามคนนั้นกราบขอขมาต่อพ่อแม่ของผู้เสียชีวิตด้วยนั่นเอง และแน่นอนว่าคนเป็นพ่อเป็นแม่นั้น ไม่มีใครที่จะทำใจได้หรอกกับการสูญเสียในครั้งนี้ พร้อมกับกล่าวกับนักข่าวด้วยว่า ไม่ให้อภัยกับเหตุการณ์ครั้งนี้พร้อมทั้งวิงวอนให้ศาลนั้นสั่งประหารชีวิตผู้ร้ายทั้งสามคนนั่นเอง นอกจากนี้ชาวบ้านที่มาดูการทำแผนประกอบคำรับสารภาพนั้นยังมีการตะโกนด่าผู้ต้องหาทั้งสามคน พร้อมทั้งสาบแช่งผู้ต้องหาทั้งสามคนนั่นเอง

แน่นอนว่าหลังจากนี้ก็คงจะเป็นหน้าที่ของตำรวจที่จะต้องรวบรวมหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อที่จะได้ส่งหลักฐานเหล่านี้เพื่อให้ศาลได้ตัดสิน โดยที่ประชาชนทั่วไป รวมทั้งญาติๆของผู้เสียชีวิตนั้นต่างก็หวังว่าเหตุการณ์ที่รุนแรงและโหดเหี้ยมขนาดนี้นั้นคนร้ายจะต้องโดนประหารชีวิตเพื่อที่จะตายตกตามกันไปนั่นเอง

แน่นอนว่าเบื้องลึกเบื้องหลังของคดีนี้นั้นก็หนีไม่พ้นในส่วนของเรื่องยาเสพติดนั่นเอง เพราะสาเหตุที่ถึงขั้นลงมือฆ่ากันนั้นก็ด้วยเรื่องของการหักหลังกันในเรื่องยาเสพติด ดังนั้นสิ่งที่เราจะต้องไม่ประมาทนั่นก็คือว่า จะต้องไม่ทำผิดกฎหมาย อย่าให้กิเลศมาบังตา เพราะตัว กิเลศนี่แหละที่จะทำให้เรานั้นทำผิดกฎหมายนั่นเอง แล้วสิ่งที่จะตามมานั่นก็คือเรื่องของอนาคตเราที่จะหมดลงนั่นเอง ดังนั้นถ้าเราคิดว่ารายได้ที่เรามีอยู่นั้นไม่พอกับการใช้จ่ายในชีวิตประจำวันของเราแล้วล่ะก็ สิ่งที่เราจะทำได้นั่นก็จะต้องเป็นการหารายได้เสริมแล้วล่ะ เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วนั้น ก็ควรที่จะรีบหาซื้อเครื่องปั่นมาสักหนึ่งเครื่องแล้ว เพื่อที่จะใช้เครื่องปั่นในการนำไปต่อยอดเป็นเงินนั่นเอง เพราะว่าเรานั้นจะใช้เครื่องปั่นในการที่จะไปปั่นน้ำผลไม้ต่างๆเพื่อขายเป็นอาชีพเสริมหรือรายได้เสริมให้กับเรานั่นเอง แน่นอนว่าสิ่งแรกที่จะต้องไปหาซื้อเลยนั้นจะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากเครื่องปั่น โดยที่เราจะต้องรู้ก่อนว่าเรานั้นจะไปหาซื้อ เครื่องปั่นได้จากที่ไหนบ้าง แน่นอนว่าสถานที่ที่จัดจำหน่ายเครื่องปั่นนั้นก็คือมีหลายช่องทาง ทั้งห้างสรรพสินค้า ร้านค้าต่างๆ ร้านเครื่องใช้ไฟฟ้าก็มีจัดจำหน่าย หรือจะเป็นร้านที่จัดจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าก็มีให้เราหาซื้อเครื่องปั่นได้เช่นกันกับร้านอื่นๆ นอกจากนี้ยังมีช่องทางที่จะให้เราหาซื้อเครื่องปั่นได้อีกหนึ่งช่องทางนั่นก็คือว่า เรานั้นสามารถที่จะซื้อเครื่องปั่นจากร้านค้าออนไลน์ได้ด้วยเช่นกัน โดยที่ช่องทางการจัดจำหน่ายออนไลน์นั้นถือได้ว่าเป็นช่องทางที่กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เพราะถือได้ว่าเป็นช่องทางที่สะดวกสบายเป็นอย่างมาก เพราะว่าการสั่งซื้อเครื่องปั่นนั้นก็ง่าย หรือถ้าเราเป็นผู้จัดจำหน่ายเองก็ง่ายเช่นกัน เพียงแค่สั่งสินค้ากันผ่านระบบอินเตอร์เน็ตแล้ว จากนั้นก็ทำการโอนเงินกันผ่านระบบ iBanking ผ่านระบบสมาร์ทโฟนของตัวเอง หลังจากนั้นหน้าที่ที่เราจะต้องทำก็คือ ทำได้เพียงแค่รอนั่นเอง รอเพื่อที่จะได้รับเครื่องปั่นที่จะมาส่งถึงบ้านน็อคดาวน์ของเรานั่นเอง

แน่นอนว่าการที่มีคดีแบบนี้เกิดขึ้นมาแล้วนั้น เราก็ควรที่จะดูไว้เป็นอุทาหรณ์ แล้วก็ดำเนินชีวิตของเราให้อยู่ในศีลธรรม อย่าไปคิดอยากได้อยากมีที่มันเกินตัวของเรา หรือไม่ก็อย่าไปคิดอิจฉา ริษยาใคร แน่นอนว่าการดำเนินชีวิตที่ดีนั้นควรจะดำเนินชีวิตตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง ตามที่พ่อหลวงรัชกาลที่ 9 ได้ทรงพระราชทานเป็นแนวทางให้กับประชาชนได้ดำเนินตามรอยพระราชดำรัสนั่นเอง เพราะถ้าเราดำเนินชีวิตแบบเศรษฐกิจพอเพียงนั้นเราก็จะรู้ว่าเราควรพอแค่ไหน เรามีแค่ไหนก็ใช้แค่นั้น ไม่โลภเกินตัว ไม่อยากได้อยากมีของคนอื่น ดังนั้นอยากจะให้ทุกคนได้ดำเนินรอยตาม ไม่ใช่เพียงเรานั้นจะมีความสุขกับชีวิตอย่างยั่งยืนแล้วล่ะก็ เรายังจะใช้ชีวิตในแบบที่คนอื่นนั้นอาจจะต้องมาอิจฉาเราเสียด้วย โดยที่อิจฉาเรานั้นในเรื่องของความสุขนั่นเอง