เครื่องทำน้ำเต้าหู้สู้ๆ ฟุตซอลไทยและยังช่วยดูแลสุขภาพ

หากจะพูดถึงเรื่องของกีฬาที่คนไทยนั้นถนัดและเก่งมากๆ หลายๆคนก็จะมองไปที่กีฬาที่เรานั้นจะได้เหรียญรางวัลจากการแข่งขันกีฬาโอลิมปิคนั่นก็คือมวยนั่นเอง โดยที่นักมวยที่สร้างชื่อเสียงในกีฬาโอลิมปิคนั้นมากมาย ไม่ว่าจะเป็นสมรักษ์ คำสิงห์ ฮีโรเหรียญทองโอลิมปิคคนแรกของประเทศไทย และตามมาด้วยอีกหลายๆคน ไม่ว่าจะเป็นวิจารย์ พลฤทธิ์ มนัส บุญจำนงท์ สมจิตร จงจอหอ แน่นอนว่านักกีฬามวยเหล่านี้ทุกคนนั้นคว้าเหรียญทองในกีฬาโอลิมปิคมาครอบครองได้ทั้งนั้น หรือจะเป็นกีฬาอย่างเช่นยกน้ำหนักหญิง ซึ่งก็ถือว่าประสบความสำเร็จในกีฬาโอลิมปิคอย่างมากเช่นกัน คว้าเหรียญทองมาได้หลายเหรียญด้วยกันทั้งนั้น แต่จะมีกีฬาอยู่ชนิดหนึ่งที่ประเทศไทยนั้น เรียกได้ว่าเรานั้นไปถึงระดับโลกแล้วก็ว่าได้ ได้มีโอกาสไปแข่งรายการรอบสุดท้ายชิงแชมป์โลกด้วยกันหลายครั้ง และถ้าในระดับเอเชียร์นั้นทีมชาติไทยก็เคยเป็ยแชมป์เอเชียมาแล้วด้วย แน่นอนว่าเรากำลังพูดถึงกีฬาที่ชื่อว่าฟุตซอล ซึ่งเป็นกีฬาที่มีลักษณะคล้ายๆ กับฟุตบอลนั่นเอง แต่จะเล่นกันในสนามในร่ม พื้นที่ของสนามจะเล็กกว่าสนามฟุตบอลใหญ่พอสมควร พื้นของสนามจะเป็นพื้นปูน หรือพื้นปาเก้คล้ายๆสนามบาส โดยจะมีผู้เล่นทั้งหมดรวมผู้รักษาประตูก็จำนวน 6 คนด้วยกัน ซึ่งกติการก็จะคล้ายๆฟุตบอล ทีมไหนทำประตูได้มากกว่าทีมนั้นจะเป็นฝ่ายที่ได้รับชัยชนะไปนั่นเอง ซึ่งที่แตกต่างจากฟุตบอลปกตินั้นก็คงจะเป็นเรื่องของเวลาในการแข่งขัน เพราะถ้าเป็นฟุตบอลปกตินั้นจะแข่งกัน 90 นาที แต่ฟุตซอลนั้นจะแข่งกันเพียงครึ่งละ 15 นาที แข่งกันสองครึ่ง โดยจุดสำคัญนั้นจะอยู่ตรงที่ในทุกๆกรณีที่ลูกบอลมีการหยุดเล่น ไม่ว่าจะเป็นการทำออกข้างสนาม ทำฟาว เตะมุม ในทุกๆ จังหวะที่ลูกบอลหยุด เวลาในการแข่งขันก็จะหยุดลงด้วย จนกว่าจะมีการกลับมาแข่งขันกันต่อ เวลาก็จะเริ่มเดินกันใหม่นั่นเอง การเปลี่ยนตัวผู้เล่นนั้นก็ถือว่าแตกต่างกันพอสมควรเพราะว่าฟุตบอลสนามใหญ่นั้นจะเปลี่ยนผู้เล่นได้ เพียงสามคนตลอดทั้งเกมส์ แต่ถ้าเป็นฟุตซอลนั้นจะเปลี่ยนผู้เล่นสักกี่คนก็ได้ทั้งนั้นไม่จำกัดนั่นเอง เปลี่ยนเข้าแล้วก็ออก ออกแล้วก็เข้ามาใหม่ได้ด้วยเช่นกัน ซึ่งถือว่าที่มีกติกาให้เปลี่ยนผู้เล่นได้ตลอดเวลาแบบนี้ต้องถือว่าช่วยให้เกมส์ไหลลื่นและสนุกยิ่งขึ้น เพราะอย่าลืมว่าถึงสนามฟุตซอลนั้นจะเล็กเพียงใดก็ตาม แต่การแข่งขันนั้นผู้เล่นทุกคนนั้นต้องวิ่งตลอดเวลาเลยทีเดียว วิ่งขึ้นวิ่งลง ที่สำคัญเลยของฟุตซอลนั้นในขณะที่เราเป็นฝ่ายรับนั้น เราก็จะต้องวิ่งเพื่อบีบเกมส์คู่ต่อสู้ด้วย หรือที่เราเรียกกันว่าการเพลสซิ่งนั่นเอง ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเปลี่ยนผู้เล่นบ่อยๆ แต่จะมีอยู่หนึ่งคนที่เรานั้นไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนก็คือผู้รักษาประตูนั่นเองเพราะว่า ไม่ได้ใช้แรงอะไรมากมาย

พอเข้าใจกติกาฟุตซอลแบบคร่าวๆกันแล้วคราวนี้ลองมาดูกันว่า ที่เราพูดไปนั้นว่าทีมฟุตซอลไทยนั้นไม่ธรรมดาจริงๆ ก็เพราะว่าได้เข้าไปแข่งในรอบสุดท้ายฟุตบอลโลก และในเวลานี้ทีมฟุตซอลไทยนั้นกำลังไปเข้าร่วมการแข่งขันฟุตซอลชิงแชมป์โลกที่ประเทศโคลัมเบียนั่นเอง โดยที่ทีมชาติไทยนั้นทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยการผ่านเข้าไปเล่นรอบสุดท้ายได้แล้ว ยังไม่พอยังจะสามารถทะลุเข้าไปในรอบสอง ด้วยการมีคะแนน6แต้ม ผ่านเข้าไปเป็นอันดับสองของกลุ่มด้วยการแข่งขันคือ แพ้ รัซเซีย ชนะอียิปต์ ชนะโคลัมเบียนั่นเอง โดยที่ผ่านเข้าไปพบกับทีมที่ได้แชมป์กลุ่มจากอีกกลุ่มนึงนั่นก็คือทีมอาเซอร์ไบจานแน่นอนว่าเหตุผลที่ทีมนี้ได้แชมป์กลุ่มมาก็เพราะว่า ทีมนี้นั้นได้มีนักเตะที่ทำการโอนสัญชาติมาจากประเทศที่ได้ชื่อว่าหนึ่งในต้นตำหรับฟุตซอลเลยนั่นก็คือประเทศบราซิลนั่นเอง โดยที่นักเตะเกือบทั้งทีมนั้นมีนักเตะที่โอนสัญชาติมาจากบราซิลทั้งนั้น แน่นอนว่าทีมชาติไทยของเราก็เหมือนจะกำลังเจอกับบราซิลสาขาสองนั่นเอง การแข่งขันนั้นถือว่าทีมชาติไทยนั้นสู้ได้อย่างสูสีเลยทีเดียว พลัดกันรุกพลัดกันรับชนิดที่เรียกได้ว่าไม่มีใครยอมใครกันเลย จบครึ่งแรกนั้นทีมชาติไทยและอาเซอร์ไบจานเสมอกันอยู่สี่ประตูต่อสี่ โดยที่ทีมไทยนั้นเป็นฝ่ายตามตีเสมออยู่ทุกครั้งไป จนเริ่มเกมส์ครึ่งหลังทีมชาติไทยนั้นได้ประตูนำไปก่อนถึงสองประตูแต่แล้วทีมอาเซอไบจานก็ตามตีเสมอจนได้ สรุปว่าจบเกมส์นั้นเสมอไปเจ็ดประตูต่อเจ็ด ต้องต่อเวลาพิเศษอีกครึ่งละสิบห้านาที เพื่อที่จะหาผู้ที่จะผ่านเข้ารอบแปดทีมไป สรุปว่าสุดท้ายแล้วทีมชาติไทยนั้นก็ต้านความแข็งแกร่งของทีมอาเซอไบจานไว้ไม่ไหว พ่ายแพ้ไปด้วยผลประตู แปดต่อสิบสามประตู ส่งผลทำให้ทีมชาติไทยต้องยุติการแข่งขันไว้เพียงแค่รอบนี้เท่านั้น แต่ก็ต้องถือว่าทีมชาติไทยนั้นประสบความสำเร็จแล้ว เพราะนี่ถือว่าเป็นรายการที่ใหญ่ที่สุดในการแข่งขันฟุตซอลแล้ว โดยไปถึงรอบนี้คนไทยที่เชียร์อยู่ทางบ้านก็ถือว่านักกีฬาสู้ได้สมศักดิ์ศรีที่สุดท้าย เพราะต้องบอกก่อนเลยว่ากองเชียร์นั้นก็ทำหน้าที่ได้อย่างดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ ด้วยความที่ประเทศที่เป็นเจ้าภาพครั้งนี้อยู่โซนอเมริกาใต้แน่นอนว่าเวลาจะห่างจากประเทศเราเยอะมาก ดังนั้นเวลาการถ่ายทอดสดมาถึงที่บ้านของเรานั้นก็มักจะเป็นช่วงตีห้าบ้าง ตีสี่บ้าง แต่ประชาชนก็ยังที่จะเฝ้ารอเพื่อที่จะให้กำลังใจนักกีฬานั่นเอง โดยแน่นอนว่าตัวช่วยที่จะต้องมีก็คงจะต้องไปพึ่งพาอาศัยกาแฟบ้าง น้ำเต้าหู้บ้างซึ่งถ้าหากว่าที่บ้านของเรานั้นมีเครื่องทำน้ำเต้าหู้ติดบ้านไว้สักเครื่องก็คงจะดีไม่น้อย เพราะเครื่องทำน้ำเต้าหู้นั้นก็คงจะช่วยเราในการที่เรานั้นจะรับประทานน้ำเต้าหู้เวลาไหนก็ได้ อย่างเชียร์ฟุตซอลตอนดึกๆ ก็เพียงนำเครื่องทำน้ำเต้าหู้ (หรือเครื่องปั่นน้ำผลไม้) ไปเสียบกับปลั๊กไฟแล้วทำการเทส่วมผสมต่างๆ ลงไปในเครื่องทำน้ำเต้าหู้ เพียงเท่านี้หน้าที่ของเราก็เสร็จสิ้นแล้ว รอเวลาที่เครื่องทำน้ำเต้าหู้จะทำการต้มน้ำเต้าหู้ให้เราเสร็จสิ้นนั่นเอง สำหรับการต้มน้ำเต้าหู้นั้นหากใช้ตามบ้านใช้หม้อต้มธรรมดาได้เลย แต่ถ้าทำขายแนะนำให้ใช้หม้อก๋วยเตี๋ยวแบบไม่มีช่องในการต้ม แน่นอนว่าอาจจะเกิดคำถามตามมาว่า เครื่องทำน้ำเต้าหู้นี้สามารถที่จะซื้อได้ที่ไหนบ้าง การหาซื้อเครื่องทำน้ำเต้าหู้สักเครื่องนึงนั้นถือว่าทำได้อย่างง่ายดาย เพราะว่าเครื่องทำน้ำเต้าหู้มีวางจำหน่ายกันแล้วหลายๆ ที่ไม่ว่าจะเป็นร้านเครื่องใช้ไฟฟ้า หรือจะเป็นห้างสรรพสินค้าทั่วไปก็มีจำหน่ายด้วยเช่นกัน

แน่นอนว่าดังที่กล่าวไว้ข้างต้นนั้น การใช้งานเครื่องทำน้ำเต้าหู้ก็ง่ายแสนง่าย ไม่ได้มีขั้นตอนอะไรที่ซับซ้อนเลย เพียงแค่เรานั้นทำการเทส่วนผสมที่เราจะต้องใส่ลงไปในน้ำเต้าหู้ ไม่ว่าจะเป็น ถั่วเหลือง น้ำ น้ำตาล เกลือ ใส่ลงไปในเครื่องทำน้ำเต้าหู้ของเราเลย โดยที่จากนั้นก็กดปุ่มเริ่มทำงาน หน้าที่เรานั้นหมดลงแล้ว เหลือเพียงแค่รอเวลาให้เสร็จสิ้น เราก็สามารถที่จะนำแก้ว หรือภาชนะอะไรก็แล้วแต่ไปใส่น้ำเต้าหู้แสนอร่อยฝีมือของเราเองได้แล้วทันที นอกจากง่ายสะดวกรวดเร็วแล้วนั้น เรายังประหยัดเงินของเราอีกด้วย

แน่นอนว่าเครื่องทำน้ำเต้าหู้ไม่เพียงแต่จะสร้างความอร่อยให้กับเราแล้ว เป็นเพื่อนคู่ใจเวลาที่เรานั่งดูฟุตซอลคู่กับปาท่องโก๋หรือเต้าฮวยแล้วนั้น เครื่องทำน้ำเต้าหู้นั้นยังจะเป็นเครื่องดื่มที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงมากอีกด้วย รับประทานเข้าไปนั้นร่างกายของเราก็จะได้แต่ของมีประโยชน์ ยิ่งรับประทานมาก ก็ยิ่งที่จะได้ประโยชน์เยอะ เพราะถั่วเหลืองถือว่าเป็นธัญพืชที่มีประโยชน์อย่างมาก แน่นอนว่าคุ้มขนาดนี้ต้องลองหามาติดบ้านไว้บ้างแล้วแหละ